ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมไม้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ - View WoodPage

 

การทดสอบปริมาณสารระเหยฟอร์มัลดีไฮด์จากไม้ประกอบ

(Testing of Formaldehyde Emission from Wood Composites)

 

 

1. EN 120 (Perforator method)

 


► คือ การวัดปริมาณฟอร์มัลดีไฮด์ทั้งหมดที่มีอยู่ภายในชิ้นตัวอย่างไม้ประกอบโดยใช้โทลูอีนสกัดเอาฟอร์มัลดีไฮด์ออกมา
► นำฟอร์มัลดีไฮด์ที่สกัดได้ไปตรวจสอบด้วย photometric method
► ผลที่ได้แสดงถึงปริมาณของฟอร์มัลดีไฮด์ที่พบในชิ้นตัวอย่างไม้ประกอบแห้งหนัก 100 กรัม
► ค่าที่วัดได้จะขึ้นอยู่กับปริมาณความชื้นของชิ้นตัวอย่างไม้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับค่าดังกล่าวไว้ที่ปริมาณความชื้นของชิ้นทดสอบเท่ากับ 6.5% ตามที่มาตรฐานกำหนด
► เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและอุตสาหกรรม สามารถใช้ตรวจสอบคุณภาพและแบ่งระดับชั้นของผลิตภัณฑ์
► ข้อจำกัด คือ การใช้โทลูอีนซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อม และราคาของเครื่องมือที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานอื่น

 

2. JIS A 1460  (Desiccator method)

 


► นำชิ้นตัวอย่างขนาดกว้างและยาวเท่ากับ 15 x 5 ซม. (มีพื้นที่ผิวรวมกันทั้งหมดประมาณ 1,800 ซม.2) ไปไว้ในโถแก้วขนาด 9 – 11 ลิตร โดยภายในโถบรรจุน้ำอยู่ภายในภายใต้สภาวะควบคุม คือ อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง
► ฟอร์มัลดีไฮด์ที่ระเหยออกมาจะรวมตัวกับน้ำนั้นสามารถนำไปตรวจสอบด้วย photometric method
► ผลที่ได้แสดงปริมาณของฟอร์มัลดีไฮด์ที่ระเหยออกมาในหน่วยของมิลลิกรัม (Milligrams) ของฟอร์มัลดีไฮด์ต่อลิตร
► จำเป็นต้องปรับสภาวะชิ้นทดสอบที่อุณหภูมิ 20+2 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 65+5 % จนกระทั่งน้ำหนักของชิ้นทดสอบคงที่ โดยน้ำหนักคงที่จะพิจารณาจาก เมื่อเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมง ค่าน้ำหนักที่ชั่งแตกต่างกันไม่เกิน 0.1% และหากว่ามีการปรับสภาวะแล้วเป็นเวลา 1 อาทิตย์ ให้ถือว่าน้ำหนักนั้นคงที่เช่นกัน

 

3. JAS 233  (Desiccator method)

 


► เป็นการทดสอบปริมาณสารระเหยฟอร์มัลดีไฮด์จากไม้อัด (Plywood)
► กำหนดขนาดชิ้นตัวอย่าง กว้าง 5 ซม. ยาว 15 ซม.
► จำนวนชิ้นตัวอย่าง 10 ชิ้น/ 1 ชุดการทดสอบ
► ควบคุมอุณหภูมิในการทดสอบเท่ากับ 20 องศาเซลเซียส

 

4. EN 717-3 (Flask method) 


 คือ การวัดฟอร์มัลดีไฮด์ที่ระเหยออกมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์แผ่นไม้ประกอบที่ไม่ผ่านการเคลือบหรือปิดผิวหน้า
 โดยแขวนชิ้นตัวอย่าง (ซึ่งรู้น้ำหนักและปริมาณความชื้นที่แท้จริง) ไว้ในขวดหรือภาชนะที่บรรจุน้ำอยู่ภายในภายใต้สภาวะควบคุม คือ อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง 
 ฟอร์มัลดีไฮด์ที่ระเหยออกมาจะรวมตัวกับน้ำนั้นสามารถนำไปตรวจสอบด้วย photometric method 
 ผลที่ได้จะแสดงปริมาณของฟอร์มัลดีไฮด์ที่ระเหยออกมาในหน่วยของ milligrams ของฟอร์มัลดีไฮด์ต่อน้ำหนักของบอร์ดในหน่วยกิโลกรัม
 เป็นวิธีที่นิยมใช้กันแพร่หลาย เนื่องจากสะดวก ง่าย และราคาถูก ผลการทดลองที่ได้ไม่ขึ้นอยู่กับค่าความชื้นของชิ้นตัวอย่าง จึงเหมาะสำหรับการวิจัยเบื้องต้นในระดับห้องปฏิบัติการ ถึงแม้ว่าวิธีการนี้จะยังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐานของปริมาณฟอร์มัลดีไฮด์ที่ยอมรับได้ในแต่ละระดับชั้น